ทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุน EEC เดินหน้าเต็มที่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ข้อมูลเพิ่มเติ

ผู้เขียน หัวข้อ: ทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุน EEC เดินหน้าเต็มที่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ข้อมูลเพิ่มเติ  (อ่าน 3 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มิถุนายน 14, 2018, 05:11:25 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 676
    • ดูรายละเอียด

ทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุน อีอีซี เดินหน้าสุดกำลังเพื่อเคลื่อนเศรษฐกิจ พลิกฟื้นประเทศในทุกมิติ สร้างส่วนประกอบเบื้องต้นของภาคตะวันออก เชื่อมโยงภูมิภาคด้วยรถไฟความเร็วสูง เพิ่มความสามารถการแข่งขันชิงชัย ล่อใจนักลงทุนสู่ภาคตะวันออกของไทย
.

.
ในงาน Go Thailand : ลงทุนเพื่ออนาคต นายคณิศ แสงสว่างทองคำ เลขาธิการคณะกรรมการหลักการการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) ประเมินค่าการลงทุนทั้งยังในภาครัฐรวมทั้งภาคเอกชน ไม่น้อยกว่า 1.7 ล้านล้านบาท เฉพาะใน 5 โครงการหลักของ อีอีซี (EEC Project List) ก็มีมูลค่าลงทุนรวมทั้ง 6 แสนล้านบาท โดยเป็นการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (PPP) ประกอบด้วย
.

.

1. โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 ท่าอากาศยาน ร่างขอบเขตการลงทุน (TOR) เสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าจะเซ็นสัญญาในก.ย. 2561 เปิดจัดการปี 2566
.

.

2. โครงการท่าอากาศยานอู่ตะเภา ร่าง TOR ก.ค.-เดือนสิงหาคม 2561 เซ็นสัญญาเดือนธันวาคม 2561 ถึงมกราคม 2562 เปิดดำเนินการปี 2566
.

.

3. โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (Maintenance Repair and Overhaul : MRO) ร่าง TOR เดือนมีนาคม-เมษายน 2561 เซ็นสัญญาเดือนกรกฎาคม-ส.ค. 2561 เปิดดำเนินการปี 2564
.

.

4. โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เฟส 3 ร่าง TOR มิ.ย.-เดือนกรกฎาคม 2561 เซ็นสัญญาพ.ย. 2561 เปิดดำเนินงานปี 2567
.

.

5. โครงงานท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 ร่าง TOR สิงหาคม 2561 เซ็นสัญญามกราคม 2562 เปิดทำงานปี 2568
จากการลงทุนพัฒนาส่วนประกอบเบื้องต้นใน 5 โครงงานหลัก คาดว่าจะทำให้การลงทุนของประเทศขยายตัวราวๆ 10% นำมาซึ่งการทำให้ GDP ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 2% ต่อปี ด้วยเหตุว่าบรรดาบริษัทข้ามชาติที่ลงทุนในไทยอยู่แล้ว จะขยายการลงทุนเยอะขึ้นเรื่อยๆ เวลาที่บริษัทรายใหม่ก็จะเข้ามาลงทุน มั่นใจว่าจะทำให้ฐาน GDP ปี 2561 ขยับขึ้นไปที่อยู่ที่ระดับ 4% หรือ 5%
การลงทุนในโครงงานองค์ประกอบเบื้องต้นใน อีอีซี เป็นวัสดุพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเชื่อมโยงการพัฒนาอุตสาหกรรม ปรับปรุงเมือง รวมทั้งปรับปรุงพื้นที่ โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 ท่าอากาศยาน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่เรือตะเภา) กับโครงการสนามบินอู่เรือสะเภา ต้องเปิดปฏิบัติงานพร้อมในปี 2566 ไม่งั้นจะเกิดผลกระทบอย่างมาก
.

.
 

เลขาฯ อีอีซี ระบุว่าเว้นเสียแต่รัฐบาลจะเน้นการลงทุนในส่วนประกอบเบื้องต้นเป็นหลัก แล้วยังได้แก้ข้อบังคับ BOI ในเรื่องสิทธิประโยชน์แก่นัมายากลงทุนชาวต่างชาติ ตั้งกองทุนเพิ่มสมรรถนะการประลอง ในเวลาที่ร่าง พ.ร.บ. อีอีซี ผ่าน สนช. แล้ว คอยการประกาศใช้ ส่วน พ.ร.บ.แผนผังเมืองอยู่ระหว่างการพิเคราะห์ของ สนช. แล้วก็กำลังปรับปรุงแก้ไข พระราชบัญญัติกนอ.
ในส่วนเรื่องการเย้ายวนใจการลงทุนในอีอีซี จะจัดโรดโชว์ร่วมกับกลุ่มนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในจีน ประเทศญี่ปุ่นรวมทั้งยุโรปก่อน ต่อจากนั้นจะพินิจความน่าจะเป็นไปได้ในประเทศอื่นที่มีประสิทธิภาพ ดังเช่นว่า สหรัฐ คาดว่าจะโรดโชว์ในตอนครึ่งปีแรกหรือพฤษภาคม-เดือนมิถุนายนนี้
เร่งร่าง TOR รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
นายจเร รุ่งฐานีย รองผู้ว่าการรถไฟแห่งเมืองไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวถึงโครงงานรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 ท่าอากาศยาน ว่ามีความก้าวหน้าด้านการร่างเอกสาร TOR คาดว่าจะสำเร็จด้านในมีนาคม ปี 2561 คาดว่าจะเริ่มประกาศชักชวนเอกชนราวต้นเดือนเดือนเมษายน เปิดให้เอกชนเตรียมพร้อมเอกสารยื่นข้อเสนอราวๆ 4 เดือน และก็เลือกเฟ้นเอกชนพร้อมจัดทำร่างสัญญาช่วงปลายพ.ย. ถึงต้นเดือนธันวาคม ปี 2561
โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 ท่าอากาศยาน แบ่งออกเป็น 5 ส่วน แบ่งเป็น
งานโยธา 3 ส่วน เป็น
ส่วนที่ 1 เครื่องปรับอากาศพอร์ตลิงค์จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิถึงสถานีพญาไท
ส่วนที่ 2 จากสถานีพญาไทถึงท่าอากาศยานดอนเมือง
ส่วนที่ 3 จากสถานที่บินสุวรรณภูมิไปสนามบินอู่เรือสะเภา จ.ระยอง
งานพัฒนาที่ดิน 2 ส่วน เพื่อเกื้อหนุนการลงทุนเชิงการค้า เป็น
ส่วนที่ 4 ปรับปรุงที่ดินบริเวณสถานีมักกะสัน ขนาด 140 ไร่
ส่วนที่ 5 พัฒนาที่ดิน อ.ศรีราชา จังหวัดชลบุรี  ขนาด 24 ไร่
.

.
สำหรับโครงการรถไฟรางคู่วิ่งให้บริการจากกรุงเทพมหานคร ถึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี  มีแผนสำหรับการจะสร้างต่อไปจนกระทั่ง จังหวัดจังหวัดระยอง เพื่อเชื่อมต่อ 3 ท่าเรือ คือ ท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือมาบตาพุด อำนวยความสะดวกสำหรับการขนส่งสินค้าให้รวดเร็วทันใจเพิ่มขึ้น และลดภาระหน้าที่การขนส่งสินค้าทางถนนหนทาง อีกทั้งลดต้นทุนการขนส่งให้กับเอกชน
ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 เพิ่มประสิทธิภาพขนส่งผลิตภัณฑ์
สำหรับความคืบหน้าโครงงานพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 ทาง ร้อยตำรวจตรีที่ปรึกษา ยามจำเนียร ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง บอกว่าจะย้ำใน 2 แนวทาง คือ ทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นการขนส่งสินค้าผ่านระบบตู้คอนเทนเนอร์ จากเดิมรองรับตู้คอนเทนเนอร์ได้ปีละ 10.8 ล้าน TEU** จะเพิ่มอีกปีละ 7 ล้าน TEU เท่ากับว่าท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 จะรองรับการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ได้ปีละราวๆ 18 ล้าน TEU
รวมทั้งเพิ่มความสามารถการส่งออกรถยนต์จากท่าเรือแหลมฉบังอีกปีละ 1 ล้านคัน จากเดิมส่งออกได้ปีละ 2 ล้านคัน รวมแล้วปีละ 3 ล้านคัน ถ้าในอนาคตเปลี่ยนไปสู่รถยนต์กระแสไฟฟ้าก็สามารถปรับท่าเรือแหลมฉบังให้ขนส่งสินค้าผ่านตู้คอนเทนเนอร์ รวมถึงดีไซน์ให้สามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ กว้าง 360 เมตร ความลึก 18 เมตร ได้ด้วย
(**Twenty Foot Equivalent Unit : TEUเป็นหน่วยนับผลิตภัณฑ์ที่ใส่ในตู้คอนเทนเนอร์ความยาว 20 ฟุต ตู้คอนเทนเนอร์ 20 ฟุต เท่ากับ 1 TEU ถ้าหากตู้คอนเทอนเนอร์ 40 ฟุต เท่ากับ 2 TEU)
ศูนย์ซ่อมอากาศยานล้ำสมัยสุดยอด
นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการผู้ตัดสินผู้อำนวยการใหญ่ บ.การบินไทย กล่าวว่าศูนย์ซ่อมแซมอากาศยานอู่เรือตะเภา (Maintenance Repair and Overhaul : MRO) จะใช้งบประมาณหมื่นล้านบาท มีความทันสมัยระดับโลก สามารถซ่อมแซมได้ทั้งเครื่องแอร์บัสรวมทั้งโบอิ้ง เตรียมจะเสนอแผนร่วมหุ้นกับแอร์บัสเร็วๆนี้ ในขณะที่ทัพเรือซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่จะลงทุนด้านสิ่งปลูกสร้างและก็งานโยธา
ภาคธุรกิจมั่นอกมั่นใจ EEC ตอบโจทย์ปรับปรุงประเทศ
นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมที่ประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่าโครงงานฐานรากต่างๆของ อีอีซี จะปรับปรุงพื้นที่ภาคทิศตะวันออก ก่อเกิดประโยชน์ต่อพลเมืองในพื้นที่เป็นอย่างมาก อาทิเช่น โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่จะก่อให้กำเนิดความมั่นคงยั่งยืนด้านพลังงาน องค์ประกอบเบื้องต้นด้านน้ำก็จะมีความพร้อมเพรียงมากขึ้นกว่าเดิมเพราะจะต้องรองรับการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
.

.
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานข้าราชการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีครั้ง โกลบอลเคมิคอล (PTTGC) ระบุว่าการที่ร่าง พ.ร.บ. EEC ผ่านการพิจารณาของ สนช. ช่วยให้เกิดความกระจ่างซึ่งจะส่งผลให้เกิดการลงทุนเยอะขึ้นอย่างแน่แท้ ในส่วนของ PTTGC จัดเตรียมลงทุนในโครงการ EEC โดยได้ลงนามความร่วมแรงร่วมมือกับอีก 5 บริษัท เพื่อพัฒนาโครงงานต่างๆภายใต้งบประมาณกว่าแสนล้านบาท อย่างเช่น ด้านอุตสาหกรรมไบโอเคมีคอล นำปาล์มไปผลิตเป็นไบโอดีเซลและก็สารที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องแต่งตัวรวมทั้งเวชภัณฑ์ คาดว่าใช้งบประมาณราว 20,000 ล้านบาท
.
สนใจข้อมูลเกี่ยวกับ EEC ติดต่อได้ที่นี่
Website EEC Focus https://www.salika.co/eec-focus/

Tags : อีอีซี,EEC Focus