ผู้เขียน หัวข้อ: จุดกำเนิดแห่งความสำเร็จของ Mitsubishi  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มิถุนายน 14, 2018, 05:32:59 AM
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 196
    • ดูรายละเอียด

บริษัทจากแดนซามูไรที่เคยได้ยินคนไทยต้องมีชื่อ Mitsubishi(มิตซูบิชิ) อยู่ด้วยแน่ ๆ เพราะมีสินค้าก่ายกองหลายแบบ ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน วัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนกระทั่งยานยนต์ ถือเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีไลน์ของซื้อของขายเยอะแยะที่สุดบริษัทหนึ่งและอยู่คู่กับผู้ใช้ชาวไทยมานมนาน เราไปทำความรู้จักยี่ห้อสินค้านี้กันให้มากเพิ่มขึ้นดีกว่า

 Mitsubishi เป็นเครือบริษัทข้ามชาติของประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวครั้งแรกในปี 1870 โดย Yataro Iwasaki (ยะตะโร อิวะซะกิ) ในฐานะบริษัทขนส่งสินค้าYataro Iwasaki เป็นชาวเมืองโคจิ ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะชิโกกุ ซึ่งเป็นฐานอำนาจวาสนาของวงศ์ Tosa ผู้ทรงอำนาจ เขาเคยทำงานให้กับวงศ์สกุลแห่งนี้ และสามารถคิดค้นชิ้นงานได้อย่างสะดุดตาในการบริหารสมาพันธ์การพาณิชย์ของครอบครัว Tosa ที่เมืองโอซาก้า ในปี 1870 เขาได้ตั้งบริษัทขนส่งสินค้า Tsukumo Shokai ของตัวเอง โดยขอเช่าเรือกลไฟสามลำจากครอบครัว Tosa และนั่นเป็นจุดเริ่มของ Mitsubishi

 ชื่อ Mitsubishi เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลความหมายว่า “ Three Diamonds” ในภาษาอังกฤษ หรือ “เพชรสามเม็ด” ในภาษาไทย สัญลักษณ์ของมิตซูบิชิ จึงให้ความหมายตรงกับชื่อทุกอย่าง เนื่องด้วยเป็นรูปเพชรสีแดงสามเม็ดวางเรียงกันเป็นรูปใบไม้สามแฉก Mitsubishi ใช้เครื่องหมายนี้มาตั้งแต่ปี 1908 ซึ่งปรับเปลี่ยนมาจากเครื่องแสดงประจำสกุลของYataro Iwasaki เอง
 
 แล้วธุรกิจของ Mitsubishi ขยายตัวอย่างรวดเร็วแตกส่วนย่อยไปเป็นการผลิตและการซื้อขายในหลายหลากแบบ มีการตั้งบริษัทในเครือขึ้นหลากหลายบริษัท และมีการผลิตรถ 4 ล้อออกจัดจำหน่ายเป็นปฐมฤกษ์ในปี 1917 มีชื่อว่ารถมิซูบิชิโมเดล-เอ (Mitsubishi Model-A )
 
ในเวลาศึกสงครามโลกครั้งที่ 2  Mitsubishi เป็นผู้สร้างรถถัง เรือรบ และอาวุธสงครามประเภทต่าง ๆ ให้แก่กองทัพแดนอาทิตย์อุทัย ดังนั้นทันทีที่การสู้รบสงบเงียบและทัพพันธมิตรเข้าครอบครองญี่ปุ่น Mitsubishi จึงโดนขู่ให้แบ่งย่อยกิจการออกเป็น 2 ส่วน คือ MitsubishiShipbuilding and Engineer CO;LTD.(มิตซูบิชิ ชิพบิลดิง แอนด์ เอนจิเนีย) และMitsubishi Heavy Industries LTD.(มิตซูบิชิ นิปปอน เฮฟวี่ อินดัสตรัส์)

 อย่างไรก็ตาม 12 ปีสืบมาคือในปี 1964 ทั้ง 2 บริษัทก็รวมตัวเป็นบริษัทเดียวกันอีกครั้งหนึ่งภายใต้ชื่อ Mitsubishi Heavy Industries LTD.โดยที่ผลิตภัณฑ์ที่ออกซื้อขายมีตั้งแต่ เบียร์ กล้องถ่ายรูป อากาศยาน คอมพิวเตอร์ ไปกระทั่งถึง รถขุดดิน เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ รถและเรือใบ มีฐานะเป็นบริษัทอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุดในโลกรายหนึ่ง ในปี 1970 ธุรกิจผลิตรถยนต์ซึ่งกำลังขยายวงอย่างรวดเร็ว ก็ถูกแบ่งแยกออกมาเป็นบริษัทต่างหากมีชื่อว่า Mitsubishi Motors Corporation (บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์พอเรชัน) และหนึ่งปีจากนั้น มิตซูบิชิก็ตกลงใจผสานกับ Chrysler Corporation(ไครสเลอร์ คอร์พอเรชัน) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศสหรัฐอเมริกา

 ข้อสรุปจากความร่วมมือดังที่กล่าวมาแล้วทำให้ธุรกิจผลิตรถยนต์ของ Mitsubishi โตขึ้นฉับพลันสามารถขยายกำลังผลิตถึงระดับ 1 ล้านคันต่อปีได้เป็นครั้งแรกในปี 1979 วันนี้  Mitsubishi Motor Corporation เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 12 ของโลก รถยนต์ที่ผลิตออกจัดจำหน่ายมีตั้งแต่รถนั่ง รถสิบล้อ รถจีพขับ 4 ล้อ ไปจนถึง รถบัส รถเทรเลอร์ และรถที่ใช้ในงานก่อสร้าง ในรอบปี 1990 ผลิตรถยนต์ได้รวมประมาณ 1,335,000 คัน และทำยอดจำหน่ายได้รวมทั้งสิ้นราวๆ 434,000 ล้าน
 
 วันนี้ กิจการของ Mitsubishi ได้ครอบคลุมไปนานาประการตัวอย่างเช่น สร้างเรือ, โทรคมนาคม, บริการทางการเงิน, ประกัน, อุปกรณ์ไฟฟ้า, ยานยนต์, ก่อสร้าง, อากาศยาน, อวกาศยาน, อาวุธยุทธภัณฑ์, เครื่องดื่ม, เคมีภัณฑ์, น้ำมันรถ, เหล็ก, การบิน มีบุคลากรทั่วโลกทั้งหมดประมาณ 350,000 คน

 Mitsubishi ที่เมืองไทย ได้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มบริษัทใหญ่ ๆ คือ Mitsubishi Motors Thailand(บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จํากัด) และ Mitsubishi ElectricThailand (บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ประเทศไทย)

 โดย Mitsubishi Motors Thailand ตั้งขึ้นในประเทศไทยในปี1961 เป็นฐานการผลิตระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท Mitsubishi Motors Corporation แดนซามูไร ซึ่งมียอดรวมส่งออกในสัดส่วนกว่า 80% ของการผลิตทั้งหมด มีกำลังการผลิตรถยนต์ถึง 424,000 คันต่อปี โดยตลาดส่งออกที่สำคัญของ Mitsubishi Motors Thailand ได้แก่ สหภาพยุโรป คิดเป็นสัดส่วน 28% กลุ่มประเทศชาติอาเซียนและทวีปเอเชีย 25% สหรัฐอเมริกา 21% โอเชียเนีย 12% และอื่นๆ 14%
 
 ส่วน Mitsubishi Electric Thailand จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยในปี 1964 ปัจจุบันผลิตและ ขายผลิตภัณฑ์เยอะแยะหลากหลายราคา }ดังเช่น ระบบปรับอากาศ, เครื่องมือยานยนต์, ระบบอาคาร (ลิฟต์/บันไดเลื่อน คอมเพรสเซอร์, ระบบพลังงาน, ระบบอัตโนมัติในโรงงาน และ วัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในบ้าน เป็นต้น

Tags : Mitsubishi,mitsubishi ราคา,mitsubishi ดีไหม