แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - amam

หน้า: [1]
1


หลายคนเริ่มกังวลทุกครั้ง เมื่อสระผมแล้วเห็นกองผมของตัวเองไหลไปตันที่ท่อน้ำ “ผมร่วงแล้วแน่ๆ เลย” กำลังคิดแบบนี้อยู่ใช่ไหมคะ


สาวๆ หนุ่มๆ หลายคนกังวลว่าตัวเองกำลังผมร่วง จนทำให้ตอนนี้ผมบางกว่าก่อนมาก แต่อายุก็ยังไม่เยอะ ผมก็บำรุงอย่างดี ทำไมผมยังบาง ไม่พองสวยเหมือนที่เห็นในทีวี จริงๆ แล้วคุณอาจมีพฤติกรรมที่ทำให้ผมร่วงผมบางโดยไม่รู้ตัวก็ได้ มาลองเช็คกันดีกว่าค่ะ

 

สระผมบ่อยเกินไป ufabet
สาวๆ หนุ่มๆ ที่หนังศีรษะมัน หรือแม้กระทั่งคนที่ออกกำลังกายทุกวัน จนต้องทำให้เราสระผมทุกวัน จริงๆ แล้วการสระผมบ่อยเกินไปอาจทำให้หนังศีรษะแห้ง จนเกิดอาการคันศีรษะ ระคายเคือง จนเป็นรังแค และทำให้ผมร่วงได้ในที่สุด

 

หวีผมแรงๆ บ่อยๆ และหวีผมขณะผมเปียก
สาวๆ ผมยาวที่อาจจะรักผมตัวเองมาก หยิบหวีขึ้นมาหวีทุกๆ ชั่วโมง หรือหวีผมขณะที่ผมยังเปียกอยู่ คุณอาจกำลังทำร้ายผมโดยไม่รู้ตัว เพราะนอกจากการหวีผมจะทำให้เส้นผมหลุดร่วงมากขึ้นโดยไม่จำเป็นแล้ว หวียังเสียดสีกับเส้นผมมากเกินไป จนทำให้ผมแห้งเสียได้เช่นกัน

 

ใช้ไดร์ร้อนเป่าผมบ่อยเกินไป
ความร้อนจากไดร์เป่าผม นอกจากจะทำให้ผมแห้งเสียได้ง่ายแล้ว ยังอาจทำให้หนังศีรษะแห้ง คัน ขาดความชุ่มชื่น และเส้นผมหลุดร่วงจากหนังศีรษะได่ง่ายอีกเช่นกัน เพราะฉะนั้น อย่าจ่อไดร์เป่าผมที่หนังศีรษะ และอย่าใช้ไดร์เป่าผมนาน หรือมากจนเกินไป

 

ดัด ย้อม ทำสีผม มากเกินไป ufabet
สาวๆ หนุ่มๆ ที่ชอบเปลี่ยนสีผมบ่อยๆ อาจประสบปัญหาเส้นผมหยาบกระด้าง เส้นผมแตกปลาย ชี้ฟู แห้งเสีย ปลายผมช็อตเป็นหยักๆ บำรุงเท่าไรก็ยากที่จะกู้ชีวิตขึ้นมาได้ ต้องรอยาวแล้วตัดออกอย่างเดียว คงเข้าใจดีว่าน้ำยาทำสีผมทำร้ายสุขภาพผมมากเท่าไร แต่นอกจากจะทำร้ายเส้นผมแล้ว ยังทำร้ายหนังศีรษะ จนอาจเป็นเหตุให้ผมร่วงได้อีกด้วย นี่ยังไม่รวมบางรายที่แพ้น้ำตาทำสีผมจนผมร่วง หน้าบวม ตาบวมด้วยนะ น่ากลัวใช่เล่นบอกเลย

 

ทานอาหารรสจัด
อันนี้เริ่มแปลกตาละ หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่าอาหารการกินจะส่งผลกับการหลุดร่วงของเส้นผมเราได้ อาหารรสจัดจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น เส้นเลือดหดตัวลง เป็นผลทำให้เลือดไปเลี้ยงรากผมได้น้อยลง และทำให้รากผมไม่แข็งแรงเท่าที่ควรจะเป็น

 
ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ufabet
ข้อนี้สำคัญ การดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ ไม่ได้ทำลายเพียงแต่อวัยวะสำคัญๆ อย่างตับ ไต เท่านั้น ยังส่งผลไปถึงระบบไหลเวียนโลหิต เส้นเลือดที่จะอยู่ในภาวะหดตัว และแข็งตัว ขาดความยืดหยุ่น ทำให้เลือดไหลเวียนแย่ลง เมื่ออวัยวะต่างๆ ไม่ได้รับเลือดเข้ามาไหลเวียนอย่างที่ควรจะเป็น ก็จะส่งผลให้เซลล์ต่างๆ ตามร่างกายทำงานแย่ลง เช่นเดียวกับเซลล์ผิวหนัง รูขุมขน ที่ไม่แข็งแรง ทำให้ผมขาดหลุดร่วงได้เหมือนกัน

 

ผมร่วง เป็นปัญหาที่หนักอกหนักใจของใครหลายคน หากทานอาหารที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะไขมันดี เช่น ปลาทะเลน้ำลึก น้ำมันมะกอก โปรตีนต่างๆ ผักใบเขียว และธัญพืชต่างๆ ออกกำลังกายส่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด ไม่ไดร์ ยืด ดัด ม้วน กัดสี ทำสีผมบ่อยเกินไป เท่านี้เส้นผมของคุณก็จะแข็งแรง ไม่หลุดร่วงก่อนไวแน่นอนค่ะ

2


โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน คืออะไร? ufabet
นายแพทย์สมศักดิ์  อรรฆศิลป์  อธิบดีกรมการแพทย์  เปิดเผยว่า โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เป็นโรคที่เกิดจากลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดหัวใจ และมักเกิดกับผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบอยู่ก่อนแล้ว

 

ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน และผู้ที่สูบบุหรี่ จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบสูงกว่าคนปกติ

แพทย์หญิงวิพรรณ สังคหะพงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มักพบในผู้สูงอายุชายอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป และหญิงอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป โดยผู้ชายมีโอกาสเป็นโรคดังกล่าวมากกว่าผู้หญิง 3 – 5 เท่า

 

อาการของโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ufabet
เจ็บหน้าอกรุนแรง คล้ายมีอะไรมาบีบรัด โดยเจ็บที่ใต้กระดูกด้านซ้ายอาจร้าวไปถึงขากรรไกรและแขนซ้าย เจ็บนาน 15 – 30 นาที

เหงื่อแตก

คลื่นไส้

หายใจลำบาก

หน้ามืด และอาจหมดสติ จึงต้องรีบมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด ภายใน 4 – 6 ชั่วโมง ตั้งแต่เริ่มมีอาการ เพราะหากมาพบแพทย์เร็วเท่าใด โอกาสรอดชีวิตจะมีมากขึ้นเท่านั้น

กรณีที่แย่ที่สุด คือ อาการหัวใจหยุดเต้น ผู้ป่วยมักจะเสียชีวิตก่อนไปถึงโรงพยาบา
ดังนั้นผู้ป่วยควรจะบอกแก่ญาติหรือผู้ใกล้ชิด หากมีอาการดังกล่าวให้รีบนำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

 

การรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
แพทย์จะให้ยาละลายลิ่มเลือดเข้าทางเส้นเลือดหรือขยายหลอดเลือดทางสายสวน โดยอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

 

วิธีป้องกันโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

รับประทานอาหารประเภทผักให้มากขึ้น

หลีกเลี่ยงอาหารไขมัน หรืออาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่น น้ำมันสัตว์ ไข่แดง งดสูบบุหรี่

พักผ่อนให้เพียงพอ

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

หากปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ลดการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้

ขอขอบคุณ  ufabet

ภาพ :iStock

3


ฮอร์โมนมีความสำคัญต่อร่างกาย เหมือนต้นไม้ที่ต้องการปุ๋ยฉันใด ร่างกายเราก็ต้องการฮอร์โมนฉันนั้น ฮอร์โมนที่เรารู้จักส่วนใหญ่ก็จะเป็นฮอร์โมนเพศหญิง เพศชาย ที่แสดงให้รู้ว่าเป็นหญิงหรือชาย โกรทฮอร์โมนที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต และยังมีอีกหลายฮอร์โมนที่มีความสำคัญที่ช่วยทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ แต่ฮอร์โมนเหล่านี้ไม่ได้อยู่กับเราไปตลอด เมื่ออายุมากขึ้น ฮอร์โมนเหล่านี้ก็จะลดลง ร่างกายเราก็จะเริ่มเสื่อม และแสดงอาการออกมาว่าตอนนี้ร่างกายเรากำลังขาดหรือมีฮอร์โมนน้อยลง แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าร่างกายเริ่มขาดฮอร์โมนชนิดใด และมีอาการอย่างไร

ฮอร์โมน เป็นสารเคมีชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อสื่อสารและทำหน้าที่ร่วมกับอวัยะต่างๆ ในร่างกาย ufabetโดยฮอร์โมนจะหลั่งออกมาจากต่อมไร้ท่อและซึมเข้าสู่เส้นเลือด จากนั้นจะอาศัยระบบการไหลเวียนของกระแสเลือด ส่งต่อไปยังเซลล์หรืออวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เพื่อให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติ ฮอร์โมนเป็นสารเคมีที่มีประสิทธิภาพสูง แค่ปริมาณเพียงเล็กน้อย ก็สามารถสร้างผลกระทบให้กับร่างกายได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว ฮอร์โมนจึงมีความสำคัญและจำเป็นต่อมนุษย์ สัตว์ และพืช ที่จะช่วยในการดำรงชีวิต

ฮอร์โมนพื้นฐานที่ควรทำความรู้จัก และเมื่อขาดฮอร์โมนชนิดนี้จะมีอาการอย่างไร

 

โกรทฮอร์โมน
มีส่วนสำคัญในการสร้างและพัฒนาเซลล์ให้มีการเจริญเติบโต เราจะได้ยินเรื่องโกรทฮอร์โมนมีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็ก เป็นฮอร์โมนที่ช่วยเร่งความสูง สำหรับผู้ใหญ่จะมีความสำคัญเรื่องชะลอความชรา ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน ระบบกล้ามเนื้อและการเผาผลาญ

เมื่อขาดฮอร์โมนนี้ ในเด็กจะทำให้เด็กไม่สูง กล้ามเนื้อไม่เจริญเติบโต ผู้ใหญ่จะมีผิวเหี่ยวย่น ผมบาง ภูมิคุ้มกันแย่ลง ไม่กระฉับกระเฉง กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง

 

ฮอร์โมนเพศหญิง
จะมีรังไข่ผลิตฮอร์โมนเอสโทรเจน ซึ่งช่วยควบคุมภาวะการเจริญพันธุ์ และควบคุมลักษณะต่างๆ ของเพศหญิง เช่น การมีเต้านม ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เป็นฮอร์โมนของความสาว และในรังไข่ยังผลิตฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน หรือฮอร์โมนสำหรับการตั้งครรภ์ ไว้คอยทำหน้าที่ควบคุมรอบเดือน ให้เป็นปกติ รวมไปถึงควบคุมภาวะตั้งครรภ์

ในวัยเจริญพันธุ์หากฮอร์โมนเพศหญิงไม่สมดุล จะทำให้เกิดอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS)ufabet เช่น สิวขึ้น ท้องอืด อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้าง่าย และอาจทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก สำหรับหญิงวัยทอง ฮอร์โมนเพศหญิงจะต่ำลงมาก ทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออก ความจำแย่ อารมณ์ฉุนเฉียว กระดูกบาง ผิวเหี่ยว

 

ฮอร์โมนเพศชาย
เทสโทสเทอโรน จะช่วยกระตุ้นลักษณะเฉพาะของเพศชาย เช่น หนวดเครา เสียงทุ้ม กระตุ้นการผลิตไขมันที่ผิวหนัง ช่วยเพิ่มมวลกระดูก

เมื่อขาดฮอร์โมนนี้จะทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลง ความแข็งแรงกล้ามเนื้อลดลง การตัดสินใจช้าลง



 ฮอร์โมนไทรอยด์ หรือต่อมไทรอยด์
ทำหน้าที่ควบคุมการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย อุณหภูมิของร่างกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ระดับไขมันในเลือด รวมทั้งอารมณ์และความรู้สึก

เมื่อขาดฮอร์โมนตัวนี้จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม ท้องผูกบ่อย รู้สึกอ่อนเพลียง่าย

 

ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต จะผลิตดีเอชอีเอ และคอร์ติซอล
ดีเอชอีเอเป็นฮอร์โมนต้านความเครียดมีฤทธิ์ในการเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย กระตุ้นความรู้สึกทางเพศและชะลอความเสื่อมของร่างกาย ส่วนฮอร์โมนคอร์ติซอลเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างขึ้นมาต่อสู้กับความเครียดโดยเฉพาะ ซึ่งปกติแล้วร่างกายจะผลิตฮอร์โมนตัวนี้เยอะมากในตอนเช้า เพื่อสร้างพลังงานให้กับร่างกาย และยังมีหน้าที่กระตุ้นความดันโลหิตให้สูงขึ้น ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เพื่อให้สามารถฝ่าฟันเรื่องต่าง ๆ ระหว่างวันได้ แต่ฮอร์โมนนี้จะถูกลดลงเหลือเพียง 10% เท่านั้นในช่วงเย็น

เมื่อร่างกายเกิดความเครียดสะสมหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ระดับฮอร์โมนดีเอชอีเอและฮอร์โมนคอร์ติคอร์ติซอลจะต่ำลง ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น ง่วงนอน ขาดความกระตือรือร้น เกิดอาการอ่อนเพลียตลอดทั้งวัน ซึมเศร้า การเผาผลาญในร่างกายลดลง ภูมิต้านทานลดลง

 

ฮอร์โมนเมลาโทนิน
จะส่งผลต่อการนอนหลับ ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายทำให้ร่างกายสามารถนอนหลับได้ดี โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในความมืดฮอร์โมนนี้จะกระตุ้นออกมาได้ดี

เมื่อร่างกายขาดฮอร์โมนตัวนี้จะทำให้นอนหลับยาก นอนหลับไม่ดี หลับไม่ลึก ตื่นไม่สดชื่น

 

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายสาเหตุที่ทำให้ร่างกายขาดฮอร์โมน เช่น อายุที่เพิ่มขึ้น ต่อมใต้สมองจะหลั่งฮอร์โมนต่างๆเมื่อแรกเกิด และจะเริ่มลดปริมาณลงถึง 40% ในช่วงอายุ 30 ปีเป็นต้นไป และในทุกๆ 10 ปีก็จะลดลงอีก 14% ความผิดปกติทางพันธุกรรม การสัมผัสสารพิษจากสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่การรบกวนระบบวงจรปกติของร่างกาย เช่น อาชีพที่ต้องทำงานเป็นกะทำให้นอนไม่เป็นเวลา การเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ ความเครียด สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนบางชนิดในปริมาณที่ไม่เหมาะสม

วิธีดูแลร่างกายให้ฮอร์โมนอยู่ในระดับสมดุล เช่น การนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อยวันละ 7-8 ชม. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารหวานและรสจัด ออกกำลังกายในปริมาณที่เหมาะสม 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือในกรณีที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนได้มากหรือน้อยเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่รุนแรงตามมาได้ แพทย์อาจสั่งยาฮอร์โมน หรือยาชนิดอื่นๆ ให้รับประทาน เพื่อช่วยจัดการภาวะขาดสมดุลของฮอร์โมนเหล่านี้ และปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายให้เข้าสู่ภาวะปกติ

ขอขอบคุณufabet

ข้อมูล :พญ.น้ำทิพย์ พันธ์ทิพทวี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านชะลอวัย จาก AddLife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี)

ภาพ :iStock

หน้า: [1]